วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่ 1/2554 6 พฤษภาคม 2554

โจทย์: แผนฟื้นฟูออกมากี่ด้าน แต่ละด้านจะอยู่กับหน่วยใด

ในที่ประชุมเริ่มจากการให้ข้อมูลจากคณะกรรมการทั้ง 3 ชุด

ตัวแทนส่วนพัสดุ

ยืมเงินช่วยเหลือการทำอาหารกล่อง 250,000 บาท ได้คืนเงินแล้ว ใช้เงินไปทั้งสิ้น 240,299.50 บาท

ฝ่ายบัญชีและการเงิน

1.13 ล้านบาท ได้มีการนำเงินไปใช้ 724,000 เศษ เหลือสี่แสนกว่าบาท การรับบริจาคจะออกใบเสร็จให้ทุกราย จะมีหนังสือขอบคุณ ถ้าต้องใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีให้แจ้งชื่อ ถ้าบริจาคเป็นทรัพย์สินให้บริจาคผ่านฝ่ายพัสดุ เพื่อประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

กรณีศึกษา: สมมตินายเอบริจาคสามพันบาทไม่ผ่านมหาวิทยาลัย ทางจงสุขนำไปจ่ายแล้ว แต่ขอใบรับบริจาคยอดเงินหนึ่งแสนบาท จะเป็นกรณีการฟอกเงิน ซึ่งกรณีนี้ทางบัญชีจะไม่รับ

การแจ้งมูลค่าทรัพย์สินว่ามีมูลค่าเท่าใด อาจเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงินเช่นกัน ให้ระมัดระวัง

ส่วนกิจการนักศึกษา

สรุปการช่วยเหลือ

1. จัดทำข้าวกล่อง นบพิตำ เมือง ท่าศาลา สิชล ได้รับการสนับสนุนจากภายนอก

2. แจกถุงยังชีพ

3. กิจกรรมอื่นๆ เช่นช่วยแพ็คถุงยังชีพ ออกหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ อาสาสมัครซ่อมแซนสะพาน สถานที่ การบันทึกรายการวลัยลักษณ์สู้สังคม โครงการบ้านหลังฝนที่ม.7 1-8 พฤษภาคม อาสาฟื้นฟูคลองท่าทน 1-10 พ.ค.และจะมีโครงการให้นักศึกษาลงพื้นที่

อธิการบดีตั้งประเด็นว่า แผนฟื้นฟูออกมากี่ด้าน แต่ละด้านจะอยู่กับหน่วยใด

จะขอการสนับสนุนจากช่องทางใด

ดูข้อมูลจากการสรุปข้อมูลจากเอกสารที่ศบว.รวบรวม แต่ละหน่วยนำเสนองานที่ทำโดย ศบว. พี่อุทัย อาศรมวัฒนธรรม อ.วัฒนพงศ์ จงสุข อ.ก้าน อ.ชลธิรา

· อ.ชลธิรา: เห็นประเด็นทางด้านจิตใจ เห็นว่ารัฐศาสตร์สามารถเป็นหัวหอกได้

30 พฤษภาคม สำนักวิชาศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ ร่วมกับสำนักสงฆ์ จัดสวดมนต์ ที่หาดทรายแก้ว(วัดพระธาตุ)

- สามารถฝึกอาสาสมัครรุ่นเยาว์ ให้ได้ลงชุมชนตั้งแต่เบื้องต้น

· อธิการบดี:

โดยสรุปมหาวิทยาลัยไม่ได้เตรียมการ แต่ก็ขอชื่นชมว่ารับมือได้ดี ต่อไปจะทำให้เป็นระบบมากขึ้น นอกเหนือจากการฟื้นฟู ในภาพใหญ่

1. ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยควรมีต่อไป และเป็นหน่วยข้อมูลรวบรวมข้อมูลการทำงานและต่างๆ เป็น first contact point ดูภาพใหญ่ทั้งหมด การเตรียมการต้องมีสามส่วน คือ ก่อนเกิดภัย คือ การเฝ้าระวัง การเตือนภัย ระหว่างเหตุการณ์ จะมีหน่วยม้าเร็วออกไปได้เร็วเพียงใด และช่วงฟื้นฟู

ในส่วนของฐานข้อมูลควรมีทางสารสนเทศศาสตร์ ศูนย์คอมพิวเตอร์

อธิการบดีจะดูแลหน่วยนี้

2. ระยะสั้น ช่วงฟื้นฟู น่าจะมี 3 มิติ คือ

a. ด้านสังคม มองในสามเรื่อง

1) สุขภาพ อ.วิภาวรรณให้ข้อมูลว่าทางสายวิทย์สุขภาพจะมีการประชุมร่วมเพื่อหาแนวทางดำเนินการ ส่วนเรื่องสุขภาพจิต ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างหนัก จะขอความร่วมมือจากทีมวิทย์สุขภาพ แล้วจะแจ้งให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป (ที่ประชุมขอให้ทางสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์เป็นผู้ประสานงานจัดประชุม)

2) ที่อยู่อาศัย (ศบว. เป็นผู้ประสาน)

3) การทำมาหาเลี้ยงชีพ (ศบว. เป็นผู้ประสาน)

โดยข้อ 2) และ 3) น่าจะรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน

b. ด้านวิชาการ เช่น การจัดการระบบน้ำ ควรกำหนดทีม การเกษตร (สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ประสานงาน)

c. ด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัย เราน่าจะโดดเด่นขึ้นมา จะไปสอดรับกับที่คุณอุทัยเสนอเรื่องการสื่อสาร เราควรที่จะสามารถให้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และมีเครือข่าย

( มอบให้สถาบันวิจัยเป็นหลัก อ.ก้านเป็นประธาน คณบดีสำนักวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษา)

30 พฤษภาคม 2554 นัดประชุมรวมอีกครั้งเพื่อติดตามโครงการ

· ศบว. ให้ข้อมูลว่าทีม อ. นพรัตน์ จะไปดูพื้นที่เรื่องสภาพดินในพื้นที่

· คณบดีวิศวกรรมศาสตร์เสนอว่า การจะตั้งศูนย์ครั้งต่อไป ควรสรุปบทเรียนให้ชัด และแยกกลุ้่มการทำงานให้ชัดเจน

· คณบดีวิทยาศาสตร์เสนอว่าทางสว.ก็มีศูนย์ความเป็นเลิศของอ.กฤษณเดช ที่น่าจะลงไปดูโดยมีองค์ความรู้ แต่ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณด้วย มีการจัดการประกวดภาพถ่าย มีอาจารย์ชัยโรจน์ที่ศึกษาเรื่องภูมิอากาศโดยตรงที่น่าจะช่วยได้

· คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร นอกจากอ.วารินก็มีหน่วยงานกรมกองที่พร้อมช่วยเหลือ จากประสบการณ์พบว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ การตั้งศูนย์ประสานงานอย่างที่เราตั้งนั้นถูกต้องแล้ว แต่งบในการดำเนินการเราอาจจะไม่พอ เราควรจะเชื่อมประสานของงบจากที่อื่น แต่อยากให้มองระยะยาว ว่าองค์ความรู้ที่ต้องทำมีอะไรบ้าง ต้องเก็บต้องทำการวิจัย ควรทำจุดนี้ให้มากๆ ปัจจุบันภาคใต้สูงขึ้น มีรอยเลื่อน ซึ่งมีความรู้โบราณที่ควรศึกษา การเคลื่อนย้ายของน้ำในมหาสมุทร มวลอากาศ เราควรศึกษา เราอยู่ที่เขาหลวงซึ่งเป็นชั้นดินโบราณ เมื่อมีรอยเลื่อน เขาก็จะเอียง เราต้องศึกษาจุดนี้และควรอุดหนุน

การไปบอกชาวบ้านว่าย้ายออกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ควรบอกว่าถ้าอยู่จะต้องทำอย่างไร

· อ.สืบพงษ์ : มีการตั้งความหวังของสังคมต่อ มวล.และม.ราชภัฏ

· อ.วัฒนพงศ์: งบประมาณว่าไม่ได้เป็นข้อจำกัด ข้อจำกัดอยู่ที่คนและโครงการ

· อ.กัลยา: เราน่าจะเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน

· ภีม: 1) ควรสร้างบัณฑิตที่มีจิตวิญญาณอาสาสมัคร สร้างสำนึกสาธารณะ

2) สร้างความรู้ ควรให้อาจารย์มุ่งไปตอบสนองพื้นที่ด้วย ควรจัดกลุ่มวิทย์สุขภาพ สังคมศาสตร์ วิทย์เทคโน ควรใช้เงื่อนไขนี้เพื่อตอบภารกิจของเรา ควรกำหนดขอบเขต เช่นระบุว่าภาคใต้ เราอาจจะไม่มีกำลัง

· อ.ชลธิรา มองภาพเชิงระบบ งาน QA เพิ่มขึ้น งาน TQF เราคิดขยายการแต่ระบบยังไม่เอื้อ เช่นการจะนำนักศึกษาลงไปวิจัยเชิงพื้นที่ แต่ไม่มีรถจะนำไป อาจารย์ชื่นชม อ.ธรรมศักดิ์ในการหาองค์ความรู้โดยดึงความรู้ภูมิหลังประวัติศาสตร์มาบูรณาการ Trend ของโลกไม่ใช้ศาสตร์เชิงเดี่ยวอีกต่อไป

· อ.มนตรีถามในกรณีคน และงบประมาณจะดึงจากที่ใด กรอบคิดอยากให้ชัดเจน เราจะจัดการอย่างไร

· คุณอุทัย: นำเสนอความคาดหวังที่ชุมชนมอง มวล.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น