วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ครั้งที่ 1/2554 6 พฤษภาคม 2554

โจทย์: แผนฟื้นฟูออกมากี่ด้าน แต่ละด้านจะอยู่กับหน่วยใด

ในที่ประชุมเริ่มจากการให้ข้อมูลจากคณะกรรมการทั้ง 3 ชุด

ตัวแทนส่วนพัสดุ

ยืมเงินช่วยเหลือการทำอาหารกล่อง 250,000 บาท ได้คืนเงินแล้ว ใช้เงินไปทั้งสิ้น 240,299.50 บาท

ฝ่ายบัญชีและการเงิน

1.13 ล้านบาท ได้มีการนำเงินไปใช้ 724,000 เศษ เหลือสี่แสนกว่าบาท การรับบริจาคจะออกใบเสร็จให้ทุกราย จะมีหนังสือขอบคุณ ถ้าต้องใช้เพื่อการลดหย่อนภาษีให้แจ้งชื่อ ถ้าบริจาคเป็นทรัพย์สินให้บริจาคผ่านฝ่ายพัสดุ เพื่อประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

กรณีศึกษา: สมมตินายเอบริจาคสามพันบาทไม่ผ่านมหาวิทยาลัย ทางจงสุขนำไปจ่ายแล้ว แต่ขอใบรับบริจาคยอดเงินหนึ่งแสนบาท จะเป็นกรณีการฟอกเงิน ซึ่งกรณีนี้ทางบัญชีจะไม่รับ

การแจ้งมูลค่าทรัพย์สินว่ามีมูลค่าเท่าใด อาจเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงินเช่นกัน ให้ระมัดระวัง

ส่วนกิจการนักศึกษา

สรุปการช่วยเหลือ

1. จัดทำข้าวกล่อง นบพิตำ เมือง ท่าศาลา สิชล ได้รับการสนับสนุนจากภายนอก

2. แจกถุงยังชีพ

3. กิจกรรมอื่นๆ เช่นช่วยแพ็คถุงยังชีพ ออกหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ อาสาสมัครซ่อมแซนสะพาน สถานที่ การบันทึกรายการวลัยลักษณ์สู้สังคม โครงการบ้านหลังฝนที่ม.7 1-8 พฤษภาคม อาสาฟื้นฟูคลองท่าทน 1-10 พ.ค.และจะมีโครงการให้นักศึกษาลงพื้นที่

อธิการบดีตั้งประเด็นว่า แผนฟื้นฟูออกมากี่ด้าน แต่ละด้านจะอยู่กับหน่วยใด

จะขอการสนับสนุนจากช่องทางใด

ดูข้อมูลจากการสรุปข้อมูลจากเอกสารที่ศบว.รวบรวม แต่ละหน่วยนำเสนองานที่ทำโดย ศบว. พี่อุทัย อาศรมวัฒนธรรม อ.วัฒนพงศ์ จงสุข อ.ก้าน อ.ชลธิรา

· อ.ชลธิรา: เห็นประเด็นทางด้านจิตใจ เห็นว่ารัฐศาสตร์สามารถเป็นหัวหอกได้

30 พฤษภาคม สำนักวิชาศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ ร่วมกับสำนักสงฆ์ จัดสวดมนต์ ที่หาดทรายแก้ว(วัดพระธาตุ)

- สามารถฝึกอาสาสมัครรุ่นเยาว์ ให้ได้ลงชุมชนตั้งแต่เบื้องต้น

· อธิการบดี:

โดยสรุปมหาวิทยาลัยไม่ได้เตรียมการ แต่ก็ขอชื่นชมว่ารับมือได้ดี ต่อไปจะทำให้เป็นระบบมากขึ้น นอกเหนือจากการฟื้นฟู ในภาพใหญ่

1. ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยควรมีต่อไป และเป็นหน่วยข้อมูลรวบรวมข้อมูลการทำงานและต่างๆ เป็น first contact point ดูภาพใหญ่ทั้งหมด การเตรียมการต้องมีสามส่วน คือ ก่อนเกิดภัย คือ การเฝ้าระวัง การเตือนภัย ระหว่างเหตุการณ์ จะมีหน่วยม้าเร็วออกไปได้เร็วเพียงใด และช่วงฟื้นฟู

ในส่วนของฐานข้อมูลควรมีทางสารสนเทศศาสตร์ ศูนย์คอมพิวเตอร์

อธิการบดีจะดูแลหน่วยนี้

2. ระยะสั้น ช่วงฟื้นฟู น่าจะมี 3 มิติ คือ

a. ด้านสังคม มองในสามเรื่อง

1) สุขภาพ อ.วิภาวรรณให้ข้อมูลว่าทางสายวิทย์สุขภาพจะมีการประชุมร่วมเพื่อหาแนวทางดำเนินการ ส่วนเรื่องสุขภาพจิต ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างหนัก จะขอความร่วมมือจากทีมวิทย์สุขภาพ แล้วจะแจ้งให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป (ที่ประชุมขอให้ทางสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์เป็นผู้ประสานงานจัดประชุม)

2) ที่อยู่อาศัย (ศบว. เป็นผู้ประสาน)

3) การทำมาหาเลี้ยงชีพ (ศบว. เป็นผู้ประสาน)

โดยข้อ 2) และ 3) น่าจะรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน

b. ด้านวิชาการ เช่น การจัดการระบบน้ำ ควรกำหนดทีม การเกษตร (สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ประสานงาน)

c. ด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัย เราน่าจะโดดเด่นขึ้นมา จะไปสอดรับกับที่คุณอุทัยเสนอเรื่องการสื่อสาร เราควรที่จะสามารถให้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และมีเครือข่าย

( มอบให้สถาบันวิจัยเป็นหลัก อ.ก้านเป็นประธาน คณบดีสำนักวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษา)

30 พฤษภาคม 2554 นัดประชุมรวมอีกครั้งเพื่อติดตามโครงการ

· ศบว. ให้ข้อมูลว่าทีม อ. นพรัตน์ จะไปดูพื้นที่เรื่องสภาพดินในพื้นที่

· คณบดีวิศวกรรมศาสตร์เสนอว่า การจะตั้งศูนย์ครั้งต่อไป ควรสรุปบทเรียนให้ชัด และแยกกลุ้่มการทำงานให้ชัดเจน

· คณบดีวิทยาศาสตร์เสนอว่าทางสว.ก็มีศูนย์ความเป็นเลิศของอ.กฤษณเดช ที่น่าจะลงไปดูโดยมีองค์ความรู้ แต่ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณด้วย มีการจัดการประกวดภาพถ่าย มีอาจารย์ชัยโรจน์ที่ศึกษาเรื่องภูมิอากาศโดยตรงที่น่าจะช่วยได้

· คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร นอกจากอ.วารินก็มีหน่วยงานกรมกองที่พร้อมช่วยเหลือ จากประสบการณ์พบว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ การตั้งศูนย์ประสานงานอย่างที่เราตั้งนั้นถูกต้องแล้ว แต่งบในการดำเนินการเราอาจจะไม่พอ เราควรจะเชื่อมประสานของงบจากที่อื่น แต่อยากให้มองระยะยาว ว่าองค์ความรู้ที่ต้องทำมีอะไรบ้าง ต้องเก็บต้องทำการวิจัย ควรทำจุดนี้ให้มากๆ ปัจจุบันภาคใต้สูงขึ้น มีรอยเลื่อน ซึ่งมีความรู้โบราณที่ควรศึกษา การเคลื่อนย้ายของน้ำในมหาสมุทร มวลอากาศ เราควรศึกษา เราอยู่ที่เขาหลวงซึ่งเป็นชั้นดินโบราณ เมื่อมีรอยเลื่อน เขาก็จะเอียง เราต้องศึกษาจุดนี้และควรอุดหนุน

การไปบอกชาวบ้านว่าย้ายออกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ควรบอกว่าถ้าอยู่จะต้องทำอย่างไร

· อ.สืบพงษ์ : มีการตั้งความหวังของสังคมต่อ มวล.และม.ราชภัฏ

· อ.วัฒนพงศ์: งบประมาณว่าไม่ได้เป็นข้อจำกัด ข้อจำกัดอยู่ที่คนและโครงการ

· อ.กัลยา: เราน่าจะเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน

· ภีม: 1) ควรสร้างบัณฑิตที่มีจิตวิญญาณอาสาสมัคร สร้างสำนึกสาธารณะ

2) สร้างความรู้ ควรให้อาจารย์มุ่งไปตอบสนองพื้นที่ด้วย ควรจัดกลุ่มวิทย์สุขภาพ สังคมศาสตร์ วิทย์เทคโน ควรใช้เงื่อนไขนี้เพื่อตอบภารกิจของเรา ควรกำหนดขอบเขต เช่นระบุว่าภาคใต้ เราอาจจะไม่มีกำลัง

· อ.ชลธิรา มองภาพเชิงระบบ งาน QA เพิ่มขึ้น งาน TQF เราคิดขยายการแต่ระบบยังไม่เอื้อ เช่นการจะนำนักศึกษาลงไปวิจัยเชิงพื้นที่ แต่ไม่มีรถจะนำไป อาจารย์ชื่นชม อ.ธรรมศักดิ์ในการหาองค์ความรู้โดยดึงความรู้ภูมิหลังประวัติศาสตร์มาบูรณาการ Trend ของโลกไม่ใช้ศาสตร์เชิงเดี่ยวอีกต่อไป

· อ.มนตรีถามในกรณีคน และงบประมาณจะดึงจากที่ใด กรอบคิดอยากให้ชัดเจน เราจะจัดการอย่างไร

· คุณอุทัย: นำเสนอความคาดหวังที่ชุมชนมอง มวล.

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

(ร่าง) กำหนดการเสวนาวิชาการวลัยลักษณ์จะเป็นหลักในถิ่นได้อย่างไรในวิกฤติการณ์ภัยพิบัติ

(ร่าง)

กำหนดการ

เสวนาวิชาการ เรื่อง วลัยลักษณ์จะเป็นหลักในถิ่นได้อย่างไรในวิกฤติการณ์ภัยพิบัติ

ในวันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ ๑๖.๓๐ น.

ณ ห้องประชุม ๑ อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

วันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔

๑๓.๐๐ ๑๓.๑๐ น. กล่าวรายงานการเสวนา โดย ดร.โอภาส ตันติฐากูร

ประธานกลุ่มอาสาสมัครวลัยลักษณ์ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

๑๓.๑๐ ๑๓.๓๐ น. เปิดการเสวนาวิชาการ โดย ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดี หรือ

รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย

๑๓.๓๐ ๑๔.๓๐ น. อภิปรายนำการเสวนา เรื่อง องค์ความรู้ในการจัดการภัยพิบัติที่เหมาะสมกับบ้านเราหรือ การจัดการภัยพิบัติโดยใช้ฐานความรู้

โดย อาจารย์สุธีระ ทองขาว สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ

ดร.ปกรณ์ ดิษฐกิจ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ

ดร.นคร กกแก้ว สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ

พล.ต.ดร.นพรัตน์ เศรษฐกุล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ

ดำเนินการเสวนา

โดย ดร.เลิศชาย ศิริชัย สำนักวิชาศิลปศาสตร์

๑๔.๓๐ ๑๕.๔๕ น. ซักถาม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน

๑๕.๔๕ ๑๖.๐๐ น. นำเสนอ เรื่อง การเตรียมจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการจัดการภัยพิบัติ

โดย อาจารย์จงสุข คงเสน สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์

๑๖.๐๐ ๑๖.๓๐ น. ซักถาม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน

๑๖.๓๐ น. ปิดการเสวนา

หมายเหตุ:

MC โดย นางสาวนันทกาญจน์ บุญช่วย ผู้จัดการโครงการศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย

รับประทานอาหารว่างในห้องประชุม

ข้อมูลจากเวทีเครือข่ายจัดการภัยเมืองนคร

เครือข่ายจัดการภัยเมืองนคร

Nakhon Disaster Management Network (NST-DMN)

2 พฤษภาคม 2554

ห้องประชุม 1 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ในการประชุมได้ให้ผู้ดำเนินการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูในแต่ละพื้นที่ได้นำเสนอสิ่งที่ได้ดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค มีทั้งจาก ท่าศาลา สิชล ปากพนัง กรุงชิง สหไทยมูลนิธิ มูลนิธิกระจกเงา เครือข่ายประมงท่าศาลา ชุมชนสาธิต มวล. กลุ่มดูแลเด็กเยาวชน กลุ่มอาสา มวล. นักวิชาการมวล. และหมอบัญชา

หาคนเอาจริงให้เจอ หาคนเข้าด้วยให้ได้ ตั้งกลุ่มทำเลย ตั้งกลุ่มลงไปศึกษาเรื่องที่สนใจ .....

ผู้ประสานงานแต่ละพื้นที่

มานะ พี่หยวด อุทัย เบิร์ด วีณาพร ปิยวัชน์ ดร.ดำรง อานนท์ อ.วชรวรรษ

ระดมข้อมูลเพื่อให้คณะทำงานช่วยกันออกแบบงาน เน้น เรื่อง บ้าน ถนน คลอง จัดการภัย

ท่าศาลา สิชล

มีการรวมกลุ่มช่วยกัน ผู้ใหญ่บ้านมาขับเคลื่อนประสานกับภายนอก อยู่ที่ตลิ่งชัน เยื้องต้นทำการบรรเทาทุกข์ ต่อไปอยากจะทำระบบเตือนภัย

กรุงชิง

สหไทยมูลนิธิ ทำงานกับเด็กและครอบครัว ตัวสำนักงานและแปลงเกษตรอินทรีย์ ก็เสียหาย ทำการเยี่ยมบ้าน ตรวจสอบความเสียหาย ประสานงานกับสมาคมธรรมศาสตร์ทีมพี่หยวด

พี่หยวด: ไทรบุรี ในลุ่มฯลฯ ทำการฟื้นฟูระยะยาว ที่สิชลขอข้อมูลไปก็ไม่ได้อะไรมาเลย จึงรวมกัน

ปากพนัง

อ. ดำรง: ปากพนังเป็นพื้นที่รับน้ำ พบว่าข้อมูลมีมากแต่ไม่มีในชุมชน พยายามจะทำการเก็บข้อมูลเอง คุณวัชระทำข้อมูล และทำ Mind map เรื่องการจัดการน้ำ

สาเหตุ: มีหลายปััจจัยแต่น่าจะจัดการได้เรื่องเดียวคือการจัดการน้ำ

การกักเก็บน้ำ

การระบายน้ำ ถนนสายปากนคร ปากพนัง เมื่อฝนตกน้ำจะลงจากเขาหลวงโดยมีตัวบล็อกคือถนนที่ท่าศาลา น้ำที่จะระบายลงอ่าวปากพนังมีถนนกั้น น้ำจึงท่วมสูง ถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลสองเมตร ท่วมสิบห้าวัน ที่เสม็ดเอน ที่คลองสุขุมน้ำแรงมากเพราะไม่มีช่องระบาย

เขาหลวงห่างนครสิบห้าถึงยี่สิบกิโลเมตร

วิธีแก้ ทำช่องให้น้ำวิ่งผ่านออกไป ทำบล็อกลอดใต้ถนนเป็นช่วงๆ

(หน่วยราชการไม่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เพียงพอ )

กรุงชิง

คืน 23 ถูกตัดขาดเป็นช่วงๆเยอะมาก

26 ไฟดับ โทรศัพท์ขาด

30 เขาไม้ไผ่ถล่ม

31 ช่วยเหลือกันเอง

1-2 ความช่วยเหลือจากข้างนอก

ผลกระทบ:

บ้านเรือน(ม.8,7,3) มีปัญหาในเรื่องการตีความว่าสภาพที่พักเสียหายบางส่วนแต่อยู่ไม่ได้

อาชีพ จิตใจ น้ำดื่ม สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

อุปสรรค

พื้นที่กว้างมาก

ขาดความรู้ประสบการณ์

ขาดระบบเตือนภัย

ระบบการจัดการชุมชนอ่อนแอ

สาเหตุ

ปริมาณน้ำฝน

การทำสวนเชิงเดี่ยว

การสัมปทานป่า

การทำเหมืองแร่ มีสองแห่งใหญ่ ทั้งแบไรต์และดินขาว

(ชาวบ้านสงสัยด้วยว่าทำไมภ๔เขาผุกร่อนเร็ว)

สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่

ชาวบ้านค่อนข้าวสับสนวุ่นวาย เดือนสิบสองกำลังจะมาถึง เป็นหน้าฝนของที่นี่ ระบบประปา จะทำอย่างไร

ข้อสรุปและคาดหวัง .......

มูลนิธิกระจกเงา:

ระดมอาสาสมัครขุดโคลน พบว่าต้องการเรื่องบ้านมากกว่า

ติดตั้งวิทยุลื่อสาร ม. 4,6,8 เชื่อมโยงด้วยเครื่องแดง

บ้านเสียหายทั้งหลังจะสร้างอย่างไร ถ้าเสี่ยงภัยจะย้ายไปที่ใด ไม่มีเอกสาร ชาวบ้านจะต้องบอกว่าส่วนใดเป็นจุดเสี่ยวภัย ทำอย่างไรให้ชุมชนเข้ามาเป็นผู้นำ

การเตรียมความพร้อม ทั้งตำบลมีวิทยุสื่อสาร

ตั้งกรอบตัวเองอีกสองอาทิตย์

เครือข่ายประมงท่าศาลา: บังมุ

ชุมชนสาธิต มวล.: น้ำท่วมปีนี้มากที่สุด มีทาง มวล.เข้ามาดูแล

กุ้ง/เด็กเยาวชน:

กลุ่มอาสา มวล. อ.โอภาสนำเสนอ

อ.กุ้ง สุธีระ:

ศช(ศูนย์วิชาการ...สุขภาพ

ประชุมอาสาสมัครวลัยลักษณ์ครั้งที่ 2

2 พฤษภาคม 2554 ห้องประชุม3 อาคารวิจัย

9:00 – 10:00 น. มีสมาชิกมาร่วมคุยกัน 10 คน ประธาน (อ.โอภาส) แจ้งในที่ประชุมว่า โครงการได้รับการอนุมัติแล้ว อ.จงสุขจะประสานเรื่องการเงิน

สิ่งที่ชาวมวล.ทีมต่างๆได้ดำเนินการไปแล้ว (ข้อมูลนี้เฉพาะที่สอบถามในห้องประชุม แต่มีข้อมูลของทีมอื่นๆอีกหลายกลุ่ม ไม่ได้บันทึกในนี้)

ตลิ่งชัน:

  1. 22-23 เมษายน ล้างสำนักสงฆ์ตีนเป็ด
  2. 23 เมษายน สำรวจพื้นที่เขาซอ
  3. ประสานพานักศึกษาไปขุดคูในพื้นที่
  4. 1 พ.ค. พี่อุทัยพาทีมไปอบรมที่ทุ่งท่าลาด

เทพราช :

  1. 22 เมษายน สถาบันวิจัยนัดประชุมการทำโครงการวิจัย สรุปว่าทำพื้นที่เดียวคือเทพราช มีอาสาทำ concept paper หลายสำนัก ทั้งหมด 8 โครงการ อ.พัชรีเสนอว่าเราควรประสานไปยังสถาบันอื่นว่ามีการดำเนินการใดบ้าง จะได้ทราบว่าเราควรทำอะไร แนะนำแนวปฏิบัติกันได้
  2. ชมรมอาสาเข้าพื้นที่วันที่ 28 เมษายน สร้างห้องน้ำ ทำทาง สร้างอาคารเอนกประสงค์ มีกำหนดการมอบอาคารและเสื้อผ้าวันที่ 11 เมษายน ทีมงานอาสามีนักศึกษาสถาบันอื่นๆเข้ามาร่วมด้วยหลายสถาบันได้แก่ ทีซ่า ลาดกระบัง ขอนแก่น
  3. ทีมกนศ. สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ฯลฯ ลงพื้นที่เทพราช สิชล ทำความสะอาดสำนักสงฆ์ และรักษาโรคเบื้องต้น

ปากพนัง

  1. 6 เมษายน ทีมออย เดช สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ลงพื้นที่เกาะทวด แจกถุงยังชีพ รักษาโรคเบื้องต้น ให้คำปรึกษารายบุคคล

นบพิตำ

  1. 1-2 เมษายน ทีมเดชและสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ลงพื้นที่ หมู่ 3 กรุงชิง แจกถุงยังชีพ รักษาโรคเบื้องต้น ให้คำปรึกษารายบุคคล
  2. 10 เมษายน ทีมเดช สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ลงพื้นที่หมู่ 7 กรุงชิง แจกถุงยังชีพ รักษาโรคเบื้องต้น ให้คำปรึกษารายบุคคล
  3. 30 เมษายน มีแพทย์ลงพื้นที่

อ.หมู และ อ.พัชรี สะท้อนความเห็นในลักษณะเดียวกันกับที่ได้เคยสะท้อนให้อธิการบดีฟังวันที่ 20 เมษายน 2554 ว่ามหาวิทยาลัยจะมีบทบาทเพียงใด มีระบบ มีแผนดำเนินการใด การทำงานมีปัญหา มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนในเชิงที่ไม่ใช่ function line จะทำอย่างไร

งานวิจัยระยะสั้น ชาวบ้านอยากได้ความรู้เรื่องหน้าดิน การปลูกป่า ต้องมีป่ากี่ชั้น ระบบชลประทานควรมีนักวิชาการเข้าไปช่วย ฯลฯ

สิ่งที่จะดำเนินการ

  1. เรื่องการจัดหาเสื้อผ้า กระเป๋านักเรียนให้เด็กๆที่เทพราช ประมาณการค่าใช้จ่ายที่ 800 บาทต่อคน (เสื้อผ้าสองชุด รองเท้า กระเป๋า)

กุ้ง: พิมพ์ข้อมูลรายชื่อนักเรียนและความต้องการเสื้อผ้า

อ.โอภาส : ซื้อเสื้อผ้าจากกรุงเทพมาให้

  1. การกำหนดตัวแทนประสานพื้นที่แต่ละส่วน

ท่าศาลา ตลิ่งชัน: พี่อุทัย/ไก่

เทพราช สิชล: จอม/กุ้ง

ปากพนัง: อ้อม/เอก

นบพิตำ : เอ๊กซ์/เดช

โดยอ.โอภาสจะติดต่อส่วนประชาสัมพันธ์ขอทีมงานเพื่อประสานงานกลางในการติดตาม

ข่าว และประชาสัมพันธ์ข่าวการดำเนินการ

  1. กลุ่มสัมพันธ์นักศึกษา จะกำหนดพื้นที่โดยผ่านผู้ประสานงานในแต่ละพื้นที่

และกระจายข่าวผ่านอินเทอร์เน็ต

  1. 7-9 พ.ค.เดชจะทำค่ายสามวันดึงเด็กออกจากบ้านเพื่อให้ผู้ปกครองได้ทำงาน
  2. การดำเนินการตามแผนงานโครงการต่อเนื่อง เช่น ชมรมอาสาที่ได้การสนับสนุนจากมูลนิธิโกมลคีมทอง
  3. เป็นตัวกลางนำเสนอว่ามหาวิทยาลัยควรมีบทบาทในเชิงผู้นำเชิงวิชาการ

__________________________________________________________

การดำเนินการหลังจัดทำโครงการ

หลังจากการประชุมครั้งที่ 1 วันที่ 19 เมษายน 2554 ทางกลุ่มได้นำเสนอข้อมูลให้อธิการบดีในวันที่ 20 เมษายน 2554 อธิการบดีเห็นด้วยกับการทำงานและจะมีการดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยต่อไป

1 พฤษภาคม 2554: เยี่ยมค่ายนักศึกษาชมรมอาสาที่เทพราช หมอบัญชามาร่วมให้ข้อมูลและข้อคิด
2 พฤษภาคม 2554 : โครงการได้รับการอนุมัติ มีเวทีเครือข่ายจัดการภัยเมืองนคร และประชุมทีมอาสาคร้้งที่ 2 เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการ
3 พฤษภาคม : ราวบรวมรายชื่อ นร.เทพราช ที่ต้องการเสื้อผ้าชุดนักเรียนและอุปกรณ์ ทั้งหมด 170 คน
4 พฤษภาคม: ดำเนินการเบิกเงินทดรอง 2 หมื่นบาทไว้ที่ อ.จงสุข ประชุมทีมอาจารย์สารสนเทศศาสตร์เพื่อหาแนวทางในการรวบรวมข้อมูล และทำฐานข้อมูล


โครงการอาสาสมัครวลัยลักษณ์ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบั

โครงการ

อาสาสมัครวลัยลักษณ์ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

หลักการและเหตุผล

ด้วยพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มได้รับความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลเทพราช ตำบลฉลอง ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ และพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ต้องสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกินในบริเวณกว้าง จากสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มอาสาสมัครวลัยลักษณ์ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่มาจากการรวมตัวด้วยจิตอาสาของ อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น เช่น การอพยพผู้ประสบภัย การปฐมพยาบาลและตรวจรักษาเบื้องต้น การนำส่งถุงยังชีพ อุปกรณ์พื้นฐานในการดำรงชีวิต อาหารกล่อง น้ำดื่ม การร่วมซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ ในพื้นที่ประสบภัยมาแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าวมีความต่อเนื่อง ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของชุมชนผู้ประสบภัย และหนุนเสริมให้งานอาสาสมัครในนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทีมอาสาสมัครจึงได้จัดทำข้อเสนอโครงการในการดำเนินงานในช่วงระยะเวลา 3 เดือนต่อมหาวิทยาลัยดังรายละเอียด

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติในจังหวัดนครศรีธรรมราช

2. เพื่อพัฒนาระบบการทำงานของอาสาสมัครมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

พื้นที่ดำเนินการ

· ต.เทพราช ต.ฉลอง ต.สี่ขีด อ.สิชล

· ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ

· ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา

· ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก ต.หูล่อง ต.เกาะทวด ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง

พื้นที่และรูปแบบกิจกรรม

พื้นที่

กิจกรรม

หน่วยงาน

ต.เทพราช, ต.ฉลอง

อ.สิชล

โครงการซ่อมแซมบ้าน

สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ อาจารย์, นักศึกษาโยธา

ประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาบ้านของผู้ประสบภัยพิบัติ

ศูนย์ฟื้นฟูผู้ประสบภัยฯ

ทีมศิษย์เก่าวลัยลักษณ์ และภาคี

ว่าที่ ร.ต.กำพล จิตตะนัง

ต.เทพราช อ.สิชล

ออกค่ายสร้างอาคารอเนกประสงค์ ระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม 2554 ณ สำนักสงฆ์น้ำรอบ

ชมรมอาสามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ต.สี่ขีด อ.สิชล

พัฒนาระบบสื่อสารเพื่อเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัยใน จ.นครศรีธรรมราช

ศูนย์บริการวิชาการ

นายอุทัย แกล้วกล้า

ต.เทพราช, ต.ฉลอง, ต.สี่ขีด อ.สิชล

การทำฐานข้อมูลพื้นที่เสียหาย

ทีมสถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวรัชฎา คชแสงสันต์

โครงการฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ประสบภัยพิบัติ

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ

ประสานความร่วมมือเครือข่ายการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ต.กรุงชิง

สำนักวิชาการจัดการ

อ.วชรวรรษ พรหมมา

โครงการฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ประสบภัยพิบัติ

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

การสำรวจพื้นที่ฟื้นฟูระบบประปาภูเขา

-สำนักวิชาการจัดการ

อ.วชรวรรษ พรหมมา

-อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายยุทธกาน ไชยมณี

การทำฐานข้อมูลพื้นที่เสียหาย

ทีมสถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวรัชฎา คชแสงสันต์

พัฒนาระบบสื่อสารเพื่อเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัยใน จ.นครศรีธรรมราช

ศูนย์บริการวิชาการ

นายอุทัย แกล้วกล้า

พื้นที่

กิจกรรม

หน่วยงาน

อ.ปากพนัง

ระบบเตือนภัยที่แหลมตะลุมพุก

ศูนย์บริการวิชาการ

นายอุทัย แกล้วกล้า

สร้างกลุ่มเยาวชนอาสาในพื้นที่

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายยุทธกาน ไชยมณี

กิจกรรมนักศึกษาใหม่ช่วยขุดลอกคูคลองให้สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น

ส่วนกิจการนักศึกษา

นายปิยวัชน์ คงอินทร์

ประสานการนำองค์ความรู้การกรองน้ำท่วมขังเพื่อนำมาใช้ประโยชน์

สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวอัจฉรา ทองนาค

กิจกรรมนักศึกษาใหม่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจชาวบ้านจากภาวะตึงเครียดระหว่างต้องรอการทำนาครั้งใหม่จากน้ำท่วมซ้ำซ้อนทำให้ผลผลิตเสียหาย

สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวอัจฉรา ทองนาค

ประสานเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว

สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวอัจฉรา ทองนาค

ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา

พัฒนาระบบสื่อสารเพื่อเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัยใน จ.นครศรีธรรมราช

ศูนย์บริการวิชาการ

นายอุทัย แกล้วกล้า

หน่วยแพทย์สำนักพยาบาลศาสตร์เคลื่อนที่ให้การตรวจสุขภาพ

ส่วนกิจการนักศึกษา

นายปิยวัชน์ คงอินทร์

การอบรมแกนนำอาสาสมัครปฐมพยาบาล

ส่วนกิจการนักศึกษา

นายปิยวัชน์ คงอินทร์

การซ่อมแซมบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสาธารณประโยชน์

ส่วนกิจการนักศึกษา

นายปิยวัชน์ คงอินทร์

งบประมาณ

รายการ

จำนวนวัน

หน่วย

ค่าใช้จ่าย

ค่าน้ำมัน

65

ระยะทางเฉลี่ย 150 กิโลเมตร ๆ ละ 4 บาท

39,000.00

ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานขับรถ

65

เฉลี่ยจำนวน 200 บาท/วัน

13,000.00

ค่าอาหาร

65

จำนวน 10 คนๆ ละ 40 บาท/วัน

26,000.00

ค่าอาหารว่างประชุมหารือทีมอาสา

3 วัน

เดือนละ 1 ครั้งๆ ละ 30 คนๆ ละ 20 บาท

1,800.00

ค่าวัสดุอุปกรณ์

ทีมละ 2,000 บาท จำนวน 3 ทีม

6,000.00

รวม

85,800.00

คณะทำงาน

ดร.โอภาส ตันติฐากูร สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

ผศ.ดร.วันชาติ ปรีชาติวงศ์ สำนักวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร

นางจงสุข คงเสน ศูนย์บรรสารและสื่อการศึกษา

นางสาวกรรณิการ์ แสงประจง สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

นางสาวสุดา ใจห้าว สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

นางสาวขิดชนก มยูรภักดิ์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์

นายวชรวรรษ พรหมมา สำนักวิชาการจัดการ

นายกรกต สุวรรณรัตน์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร

นายปิยวัชน์ คงอินทร์ ส่วนกิจการนักศึกษา

นางสาวโชติกา ขุนฤทธิ์แก้ว ส่วนกิจการนักศึกษา

ว่าที่ ร.ต.กำพล จิตตะนัง ส่วนกิจการนักศึกษา

นางสาวนุสนธ์ สงเอียด สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวรัชฎา คชแสงสันต์ สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวอัจฉรา ทองนาค สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวอุษามาศ เฉลิมวรรณ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา

นางสาวฤดี ไกรวงศ์ เครือข่ายการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน

นายอุทัย แกล้วกล้า โครงการชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนาฯ

นายยุทธกาน ไชยมณี อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นางสาวเพลินพิศ สมพงศ์

ผู้ประสานงานโครงการ : ดร.โอภาส ตันติฐากูร สำนักวิชาวิทยาศาสตร์

ผู้รับผิดชอบการเงิน : อาจารย์จงสุข คงเสน ศูนย์บรรสารและสื่อการศึกษา

เลขานุการ : ทีมสถาบันวิจัยและพัฒนา

ข้อเสนอการทำงานของทีมอาสาสมัครต่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

· ดำเนินโครงการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติในระยะเวลา 3 เดือน

· อาสาสมัครทำงานอาสาโดยจะต้องไม่กระทบภาระงานหลักของพนักงานแต่ละคน

· ใช้เวลาในการลงพื้นที่เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 วัน ทั้งนี้ ทีมอาสาสมัครจะไม่ขอหยุดชดเชยและไม่มีเบี้ยเลี้ยงในการปฏิบัติงานนอกพื้นที่

· ให้สามารถนับเป็นภาระงานได้โดยถือเป็นการปฏิบัติงานนอกพื้นที่

ข้อเสนอในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติในภาพรวมของมหาวิทยาลัย

· มหาวิทยาลัยควรกำหนดบทบาทและขอบเขตในการดำเนินงานให้ชัดเจน

· มหาวิทยาลัยควรมีศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ

· มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนองค์ความรู้ให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่เสี่ยงภัย

· มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนเครือข่ายเตือนภัยด้วยวิทยุสื่อสารของชุมชน